อุโบสถ


พระอุโบสถสร้างมาแล้ว  3  ครั้ง  เมื่อประมาณ 100  กว่าปีมาแล้ว ของเดิมนั้นมีลักษณะเตี้ย  ท่านพระครูอรรถโกวิท  เจ้าอาวาสวัดบูรพ์ในสมัยนั้น  ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมโดยยกให้สูงขึ้น  หลังคาเพดานมีการปรับให้เป็นทรงโค้ง  หลังคาด้านนอกเทปูนประดับกระเบื้อง  ดวงดาราที่ติดบนเพดานเป็นของประดับสร้างขึ้นมาใหม่  ประตูและหน้าต่างของอุโบสถได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่ทั้งหมด  ดูลักษณะภายนอกโครงสร้างสถาปัตยกรรมจึงดูเสมือนกับโบสถ์พื้นบ้านทั่ว ๆ ไปแต่ยังคงลวดลายประดับหน้าจั่วไว้ทั้ง 2 ด้าน  ซึ่งเป็นลวดลายของเดิมที่แกะด้วยไม้ฝีมือประณีตงดงามมาก ประตูอุโบสถบานใหญ่ด้านหลังมีข้อความจารึกไว้ว่า  สร้าง ศก 121  สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการบูรณะประตูใหญ่บานนั้นว่าสร้างเมื่อ ร.ศ. 121 ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2445 อยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วมาบูรณะใหม่ใน พ.ศ. 2514

          หน้าบันอุโบสถวัดบูรพ์ ทางด้านตะวันออกแกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ พร้อมด้วยลายแกะสลักลายกนกก้านขดที่อ่อนฉ้อยงดงาม  ส่วนด้านทิศตะวันตกแกะสลักเป็นรูปพระยาครุฑยุดนาค ทั้งนี้อยู่ภายในลายกนกก้านขดเช่นกัน  นอกจากนี้ยังแกะสลักรูปคชสีห์และรูปพระยานาคซึ่งสวยงามมากทั้งด้านหน้าและด้านหลังลายอ่อนโค้งรับกันดี ช่างแกะสลักเป็นช่อชั้นลึกมาก โดยเฉพาะลายคชสีห์ชูเด่นมากทีเดียว 

          ด้านนอกตัวอุโบสถมีสิ่งที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ หางหงส์ซึ่งมีลักษณะเก่ามากเหมือนกับที่วัดบึงคือทำเป็นรูปพระยานาคประดับกระจกสวยงามทรงคุณค่าฐานล่างที่รองรับตัวอุโบสถยกสูงราว 1.50 เมตร คล้ายกับฐานพระวิหารวัดพระนารายณ์มหาราชแต่มีขนาดเล็กกว่า  ส่วนฐานของตัวโบสถ์มองไม่เห็น  ปัจจุบันมองไม่เห็นส่วนโค้งแล้ว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการบูรณะนั้นเอง  จึงทำให้มีคนเข้าใจผิดว่าอุโบสถถูกสร้างขึ้นมาใหม่  แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงได้รับการซ่อมแซมจนผิดไปจากรูปเดิม  แต่ยังมีปรากฏร่องรอยว่าอุโบสถ์หลังนี้มีรูปทรงสำเภาเช่นเดียวกับวัดบึง  เพราะถ้าสังเกตจะพบว่า  ตรงมุมของฐานอุโบสถทุกมุมจะเป็นเส้นนูนโค้งขึ้น     

          ภายในอุโบสถมีเสา 10 ต้นเป็นเสาแปดเหลี่ยมที่แฝงหลักธรรมคือมรรค 8 มีบัวหัวเสา  ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่  หน้าตักกว้างราว 4  เมตร  ปางมารวิชัย  ลงรักปิดทองทั้งองค์  มีนามว่า  “พระพุทธปฏิมาบูรพาพิทักษ์”   มีลักษณะพระพักตร์คล้ายกับพระพุทธรูปในสมัยรัตนโกสินทร์  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการซ่อมแซมขึ้นมาใหม่  โดยฝีมือช่างพื้นบ้าน  โดยการกระทูนแล้วซ่อมใหม่  จึงทำให้ศิลปะแบบอยุธยาหายไป  โดยเฉพาะพระพักตร์เป็นแบบพื้นเมือง  เม็ดพระศกใหญ่  ไม่มีไรพระศก  พระอังสะแคบ  ซึ่งต่างเอกลักษณ์ศิลปะอยุธยา  เช่น  มีพระวรกายที่บอบบาง  พระนลาฏกว้าง  มีไรพระศก  เส้นพระศกขมวดก้นหอยเล็กน้อย  พระขนงเกือบเป็นเส้นตรง  พระโอษฐ์กว้าง  สังฆาฏิปลายตัดหรือแฉกแซงแซว  พระหัตถ์และนิ้วพระหัตถ์ตรงไม่เรียว  นั่งขัดสมาธิราบบนแท่นฐานแอ่น  เป็นต้น 

          ใบเสมา 

          ใบเสมาอุโบสถวัดบูรพ์เป็นแบบใบเสมาคู่  เช่นเดียวกับวัดบึงและวัดอีสาน  ลักษณะใบเสมาเป็นใบเสมายุคกลางของสมัยอยุธยา  ซึ่งได้รับอิทธิพลและพัฒนามาจากใบเสมาในสมัยลพบุรีตอนปลาย ใบเสมาสมัยลพบุรีนั้นเป็นแบบเสมานั่งแท่น ทำด้วยศิลาทรายสีขาวใบเสมามีเอวเสมา และสองข้างเสมาเป็นหัวนาคงอนออกสองข้าง ตัวนาคเป็นขอบเสมาเอาหางไปพันกันเป็นยอดแหลม ตรงกลางเสมาเป็นเส้นมีดอกจันทร์ แบบเดียวกับเสมาที่พิมาย ส่วนข้างล่างทำเป็นเสมานั่งแท่น มีแท่นบัวหงาย บัวคว่ำรองรับเสมา

Error fetching data: HTTP Code 502

สนับสนุนโดย